CC-Link

CC-Link

CC-Link (Control & Communication Link) คือโปรโตคอลการสื่อสารในกลุ่ม Fieldbus ที่พัฒนาโดย Mitsubishi Electric Factory Automation ในทศวรรษ 1990 และเริ่มใช้งานในทศวรรษ 2000 , เครือข่าย CC-Link ทำงานบนพื้นฐานของการสื่อสารแบบอนุกรม (RS-485) ใช้สำหรับสื่อสารข้อมูลระหว่าง PLC และ PLC หรือ PLC กับอุปกรณ์อุตสาหกรรมเช่น อินเวอร์เตอร์ , Robot Controller , เซ็นเซอร์ สวิตช์ หลอดไฟ

เครือข่าย CC-Link เมื่อเปรียบเทียบกับการวายริ่งทั่วไป

รูปที่ 1

ตัวอย่างรูปที่ 1 เป็นระบบ PLC ทั่วไป โดยเป็นการวายริ่งสายไฟจาก PLC ไปยังอุปกรณ์ต่างๆการวายริ่งแบบธรรมดามีข้อเสียคือ
1. กรณีอุปกรณ์ไฟฟ้าที่สื่อสารกับ PLC มีจำนวนมาก จะต้องใช้สายไฟจำนวนมากเช่นกัน และไม่สะดวกในการวายริ่ง และการบำรุงรักษา
2. กรณีระยะทางระหว่าง PLC และอุปกรณ์ไฟฟ้าไกลขึ้น รวมกับจำนวนสายที่มากอยู่แล้ว จะทำให้เสียค่าใช้จ่ายสูง

รูปที่ 2

รูปที่ 2 เป็นเครือข่ายแบบ CC-Link การสื่อสารระหว่าง PLC กับอุปกรณ์ I/O ต่างๆจะใช้ slave station ( remote station ) เป็นตัวกลาง โดย slave station จะติดตั้งใกล้กับเครื่องจักร/อุปกรณ์ การวายริ่งสายไฟจากอุปกรณ์ I/O จะวายริ่งไปที่ slave station แทนการวายริ่งไปที่ PLC ส่วนฝั่ง PLC จะใช้ master station ในการสื่อสารกับ slave station
สำหรับการวายริ่งสายไฟจาก PLC ไปยัง slave station จะใช้สายไฟ CC-Link จำนวน 4 เส้น ทำให้สามารถลดจำนวนสายได้มาก ลดเวลาในการเดินสายไฟ
สาย CC-Link เป็นสายที่ออกแบบมาให้ใช้เฉพาะกับเครือข่าย CC-Link (สายทั่วไปสามารถใช้ได้เช่นกัน แต่ประสิทธิภาพจะไม่เท่ากับสาย CC-Link )
ข้อดีของเครือข่าย CC-Link
1. ระบบ PLC ทั่วไป เมื่อใช้สายไฟเป็นจำนวนมาก และต้องเดินสายระยะไกล การใช้ CC-Link จะดีกว่าระบบธรรมดา แต่ถ้าเป็นเครื่องจักรขนาดเล็ก การใช้ระบบธรรมดาจะคุ้มค่ากว่า
2. แม้ว่าระยะทางระหว่างอุปกรณ์จะใกล้ แต่ถ้าต้องการสื่อสารกับอุปกรณ์ เช่น Robot IAI หรือ Inverter ก็จะสะดวก เนื่องจากสามารถควบคุมอุปกรณ์ได้โดยตรงผ่าน Link device ซึ่งง่ายกว่าการควบคุมผ่าน IO
3. ข้อดีของ CC-Link คือ ถ้ามี station ไหนขาดการเชื่อมต่อ หรือทำงานผิดพลาด station ที่เหลือก็ยังทำงานได้ปกติ
ข้อเสียของเครือข่าย CC-Link
ถ้าระยะทางระหว่าง PLC กับอุปกรณ์ I/O ใกล้ และจำนวนอุปกรณ์มีน้อย การใช้ CC-Link จะไม่คุ้มค่า กรณีนี้อาจไม่ได้เรียกว่าข้อเสียก็ได้ เรียกว่าไม่เข้าข่ายการใช้ CC-Link
สถานีในเครือข่าย CC-Link
สถานีที่ใช้ในเครือข่าย CC-Link มี 2 แบบคือ Master station และ slave station
รูปที่ 3
1. Master station คือสถานีหลักของเครือข่าย ใช้สำหรับควบคุมข้อมูลของเครือข่าย Master station ประกอบด้วย PLC และ CC-Link master module ซึ่งใน 1 เครือข่าย มี Master ได้ 1 station เท่านั้น (Station No. 0 )
2. Slave station คืออุปกรณ์ในเครือข่ายที่สื่อสารกับ master station โดยหมายเลข station คือ 1, 2, 3, …
ทั้ง master station และ slave จะใช้อุปกรณ์ที่เรียกว่า CC-Link network module ซึ่งเป็นโมดูลที่ทำงานบนเครือข่าย CC-Link
ส่วนอุปกรณ์อื่นๆมีดังนี้

⦁ สาย CC-Link เป็นสายที่เชื่อมต่อระหว่างอุปกรณ์ในเครือข่าย
⦁ Terminal Resistor หรือ Terminating resistance คือตัวต้านทานที่ต่อกับสาย CC-Link ตรง Master module และ slave station โหนดสุดท้าย เพื่อรักษาคุณภาพของสัญญาณ แต่กรณีไม่ใช้ตัวต้านทาน การสื่อสารระหว่างอุปกรณ์ก็สามารถทำได้ปกติ

Master station
Master station คือสถานีที่ประกอบด้วย CC-Link Master module ทำงานรวมกับ PLC
รูปที่ 4
Slave station
Slave station แบ่งออกเป็น 3 ประเภทคือ
1. Local station
คือสถานีที่ประกอบด้วย CPU และ CC-Link Local module ใช้สื่อสารกับ Master station , local station ใช้ได้เฉพาะ QCPU และ RCPU
2. Intelligent device station
สถานีแบบ Intelligent แบ่งเป็น 2 แบบคือ
⦁ สถานีที่มี PLC ทำงานรวมกับ CC-Link Intelligent module หรือ CC-Link interface block ( ชื่อโมดูลตระกูล FX )
⦁ Intelligent module ชนิดที่นอกจากจะใช้สื่อสารกับ Master station แล้ว อุปกรณ์จะทำหน้าที่อื่นๆด้วย เช่น Positioning module, RS-232C interface module เป็นต้น
3. Remote station
Remote station มี 2 แบบคือ
⦁ Remote I/O station คือสถานีที่รับส่งข้อมูลแบบบิตกับ master station โดยจะใช้โมดูล เช่น Input module , output module ,I/O module มีเฉพาะเวอร์ชั่น 1
⦁ Remote device station คืออุปกรณ์ที่รับส่งข้อมูลทั้งแบบบิตและข้อมูลแบบเวิร์ด เช่น แรงดัน กระแส หรืออุณภูมิ เป็นต้น มีทั้งเวอร์ชั่น 1 และเวอร์ชั่น 2
Copyright © 2019. All rights reserved.

You cannot copy content of this page

Copy Protected by Chetan's WP-Copyprotect.