พอร์ตแบบbuilt in ของPLC FX series และ iQ-F series ที่ใช้ในการสื่อสารกับซอฟต์แวร์ประยุกต์

ตาราง 1 แสดงพอร์ตสื่อสารแบบbuilt-in ของPLC FX series และ iQ-F series

จากตารางที่ 1 PLC FX3G,FX3GCและFX3S จะมีพอร์ตให้2พอร์ตคือRS-422และUSB พอร์ตสื่อสารของPLC นอกจากจะใช้ติดต่อกับซอต์ฟแวร์ประยุกต์แล้ว ก็จะใช้ติดต่อกับอุปกรณ์ภายนอกต่างๆเช่น touch screen

พอร์ตของPLC Q series และ A series ที่ใช้สื่อสารกับซอฟต์แวร์ประยุกต์

1. PLC Q series พอร์ตแบบbuilt-in ที่ใช้โหลดโปรแกรมมี3แบบคือ พอร์ตRS-232 MD6M (female) ,พอร์ตUSB Mini-B, USB type B และพอร์ต Ethernet, PLC Q series แต่ละรุ่นจะมีพอร์ตไม่เหมือนกัน ,PLCบางรุ่นมีพอร์ตให้1พอร์ต และPLCบางรุ่นมีพอร์ตให้2พอร์ต
2. PLC A series พอร์ตแบบbuilt in ที่ใช้โหลดโปรแกรมมีแบบเดียวคือRS-422(25pins)

ตารางที่ 2 แสดงพอร์ตสื่อสารแบบ built-in ของPLC Q series และA series

การเลือกใช้สายโหลดโปรแกรม

การใช้สายโหลดจะขึ้นอยู่กับชนิดพอร์ตของPLC และชนิดพอร์ตของคอมพิวเตอร์, Laptop หรือ notebook ในปัจจุบันจะไม่มีพอร์ต RS-232 แบบ9-pin D-sub แล้ว ส่วนPC(personal computer) ส่วนใหญ่จะมีพอร์ตRS-232ให้ แต่ก็ไม่นิยมใช้PC เนื่องจากไม่สะดวกในการเคลื่อนย้าย การเลือกสายโหลดแบบต่างๆมีดังนี้

กรณีพอร์ต PLCเป็น RS-422 8-pin Mini-din และคอมพิวเตอร์เป็น USB-A

การโหลดโปรแกรมจาก PLC ผ่านพอร์ต RS-422 และใช้พอร์ตของคอมพิวเตอร์เป็น USB-A จะต้องใช้สายโหลดแบบ RS-422 แปลงเป็น USB-A ดังรูปที่1

สายRS-422/USBจะต้องติดตั้งโปรแกรมไดรเวอร์ก่อนจึงจะใช้งานได้

กรณีพอร์ต PLCเป็น RS-422 8-pin Mini-din และคอมพิวเตอร์เป็น RS-232 9-pin D-sub

 

การโหลดโปรแกรมจาก PLC ผ่านพอร์ต RS-422 โดยพอร์ตของคอมพิวเตอร์เป็น RS-232 จะต้องใช้สายโหลดแบบ RS-422 แปลงเป็น RS-232  (ในปัจจุบันพอร์ตของคอมพิวเตอร์ที่เป็นแบบ RS-232 จะไม่ค่อยมีแล้ว ที่ยังมีก็คือคอมพิวเตอร์รุ่นเก่าๆ)

กรณีพอร์ต PLCเป็น RS-232 MD6M และคอมพิวเตอร์เป็น USB-A

พอร์ตPLC แบบ RS-232 MD6M คือพอร์ตสื่อสารแบบBuilt in ที่ใช้กับPLC Q series การโหลดโปรแกรมจากPLCผ่านพอร์ต RS-232 และใช้พอร์ตของคอมพิวเตอร์เป็นUSB-A สายโหลดที่ใช้คือสายแบบRS-232 MD6M แปลงเป็นUSB-A

กรณีพอร์ต PLCเป็น RS-232 MD6M และคอมพิวเตอร์เป็น RS-232 9-pin D-sub

การโหลดโปรแกรมจากPLCผ่านพอร์ต RS-232 แบบใช้ communication device และใช้พอร์ตของคอมพิวเตอร์เป็นRS-232 สายโหลดจะต้องเป็นสายแบบRS-232ทั้งสองด้านโดยไม่ต้องมีตัวแปลง สายโหลดแบบRS-232/RS-232 ส่วนใหญ่ไม่ต้องลงไดรเวอร์ เนื่องจากเป็นไดรเวอร์พื้นฐานที่มาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ

กรณีพอร์ต PLCเป็น USB mini-B และคอมพิวเตอร์เป็น USB-A

การโหลดโปรแกรมผ่านพอร์ต USB mini-B ของ PLC จะใช้สายโหลดแบบ USB Mini-B/USB-A ซึ่งเป็นสายโหลดที่หาได้ง่าย สายโหลดแบบUSB จะต้องติดตั้งโปรแกรมไดรเวอร์ก่อนจึงจะใช้งานได้

กรณีพอร์ต PLC เป็นแบบ Ethernet และพอร์ตคอมพิวเตอร์เป็นแบบ Ethernet

การโหลดโปรแกรมจาก PLC โดยใช้พอร์ตแบบ Ethernet มีใช้เฉพาะ PLC รุ่นใหม่คือรุ่น FX5U,FX5UC , iQ-R และ QCPU, LCPU บางรุ่น ซึ่งใช้การสื่อสารแบบ Ethernet ส่วนพอร์ตของคอมพิวเตอร์ก็ใช้แบบ Ethernet เช่นกัน ดังนั้นสายโหลดที่ใช้คือสาย LAN ทั่วไปที่เป็นคอนเน็คเตอร์แบบ RJ-45

ความเร็วในการสื่อสารแบบ Ethernet เท่ากับ100/10Mps และโหมดการสื่อสารคือแบบ Full-duplex(FDX)/Half-duplex(FDX)

กรณีพอร์ต PLCเป็น RS-422 แบบ25 pin และคอมพิวเตอร์เป็น USB-A

PLC รุ่น A series และ FX series รุ่นเก่าเช่นรุ่น FX พอร์ตที่ใช้โหลดโปรแกรมเป็นพอร์ต RS-422 แบบ25pins(female) และถ้าเราใช้พอร์ตของคอมพิวเตอร์เป็น USB-A จะต้องใช้สายโหลดแบบ RS-422 แปลงเป็น USB-A

สิ่งที่ทำให้สายโหลดPLC พังเร็ว
1. การถอดสายโหลดจากคอมพิวเตอร์ในขณะที่โหลดข้อมูลจากPLC หรือกำลังสื่อสารกับPLC จะทำให้สายโหลดมีอายุการใช้งานน้อยลง และอาจทำให้สายโหลดพังเร็วขึ้น

การโหลดข้อมูลจากPLC ก็คือการใช้ซอฟต์แวร์เพื่อโหลดข้อมูลจาก PLC หรือการที่ซอฟต์แวร์อยู่ในโหมด Monitor เพื่อดูสถานะของPLC การถอดสายโหลดจะต้องเปลี่ยนซอฟต์แวร์ให้อยู่ในโหมดเขียนก่อน
2. การโหลดโปรแกรมจากเครื่องจักรที่ไม่ได้ต่อสายดิน โดยเฉพาะเครื่องจักรที่มี noise สูงอาจทำให้สายโหลดเสียได้ การป้องกันคือ นำที่ชาร์ตแบตมาต่อกับคอมพิวเตอร์(laptop) โดยแหล่งจ่ายไฟที่ต่อกับที่ชาร์ตแบตจะต้องมีสายดิน